วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552

เรื่องที่เราสนใจ

กล้วยไม้ชนิดต่างๆ



คัทลียาควีนสิริกิติ์ คัทลียาควีนสิริกิติ์ เป็นกล้วยไม้พันธุ์คัทลียาสีขาว กลางดอกสีเหลือง ช่อหนึ่งมี 2-3 ดอก ออกดอกได้ตลอดทั้งปี บริษัทกล้วยไม้เก่าแก่ของอังกฤษชื่อ แบล็กแอนด์ฟลอรี (Black & Flory) ซึ่งเป็นผู้ผสมขึ้นและได้รับรางวัลระดับสูงจากราชสมาคมไม้ประดับ (Royal Horticultural Society) แห่งอังกฤษ ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต ตั้งชื่อตามพระนามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยจดทะเบียนเมื่อ พ.ศ.2501


องเท้านารีดอยตุง ลักษณะ: พุ่มต้นกว้างประมาณ 20-25 ซม. ใบกว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 20-25 ซม. ใบด้าน
บนสีเขียวเป็นมัน ใต้ใบบริเวณโคนกาบใบมีจุดประสีม่วง แตกหน่อง่าย มักเจริญเติบโตเป็นกอ ดอกเป็นดอกเดี่ยว ขนาดดอก กว้างประมาณ 7-9 ซม. ช่อตั้งตรงยาว 10-12 ซม. กลีบบนพื้นสีขาว มีเส้นลายสีชมพูเข้มหนาแน่น ไล่จากโคนกลีบขึ้นไปด้านบน กลีบในแคบงุ้มมาด้านหน้ามีสีเหลืองอมน้ำตาล กระเป๋าสีเหลืองอมน้ำตาลเป็นมัน โล่สีขาว กึ่งกลางมีติ่งสีเหลือง ฤดูกาลออกดอก: สิงหาคม – ตุลาคม แหล่งที่พบ: - พบอยู่ตามภูเขาหินปูน โดยขึ้นอยู่สูง 1,200–1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ตามรอยแยกของหินที่มีลักษณะเป็นแอ่งเล็กๆ ปกคลุมไปด้วยมอส โดยได้รับแสงค่อนข้างมาก แต่ไม่สัมผัสแสงอาทิตย์โดยตรง พบที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย รัฐฉานในพม่า และทางตะวันออกของรัฐอัสสัม


ช้างกระ ชื่อพื้นเมืองว่า เอื้องต๊กโต (ชื่อวิทยาศาสตร์: Rhynchostylis gigantea (Lindl.) Ridl.) มีลักษณะ ใบหนา แข็ง ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร ปลายใบเป็นแฉก 2 แฉก มน และสองแฉกของใบไม่เท่ากัน รากเป็นรากอากาศ มีขนาดใหญ่ ปลายรากมีสีเขียว ช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอกโค้งลง ช่อดอก
ยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร มีดอกแน่นช่อ ช่อละ 25-60 ดอก ขนาดดอกประมาณ 2.5-3.0 เซนติเมตร กลีบนอกคู่ล่างกว้างยาวพอๆ กันกับกลีบนอกบน ส่วนกลีบในเรียวกว่ากลีบนอก เดือยดอกอยู่ในลักษณะเหยียดตรงไปข้างหน้า ปลายแผ่นปากหนา แข็งและปลายสองข้างเบนเข้าหากัน ปลายปากมี 3 แฉก สองแฉกข้างมน แฉกกลางมนและมีขนาดเล็กกว่ามาก ใกล้โคนปากด้านบนมีสันนูนเตี้ยๆ 2 สัน ดอกมีกลิ่นหอมฉุน หอมไกลฤดูกาลออกดอกในช่วง เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์

รองเท้านารีเหลืองตรัง ชื่อพื้นเมืองอื่น: เหลืองพังงา ,ขาวชุมพร ฤดูกาลออกดอก: มีนาคม – มิถุนายน แหล่งที่พบ: พบอยู่
ตามภูเขาหินปูนที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล หรือตามเกาะที่มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน โดยขึ้นอยู่สูง 10 –100เมตร จากระดับน้ำทะเล ตามรอยแยกของหินที่ปกคุมไปด้วยมอส ซากใบไม้ที่ผุพังทับถมด้วยตะกอนดิน โดยขึ้นอยู่ตามซอกหินที่ได้รับร่มเงาของชะง่อนหิน หรือพุ่มไม้เตี้ยที่มีใบปกคุมหนาทึบ แสงแดดและน้ำฝนไม่สามารถสัมผัสได้โดยตรง แต่จะได้รับแสงที่สะท้อนจากน้ำทะเล เป็นรองเท้านารีที่พบอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกับรองเท้านารีขาวสตูล พบในจังหวัดตรัง กระบี่ พังงา สตูล และบริเวณหมู่เกาะในฝั่งทะเลด้านตะวันตก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น